ว่าด้วยความดี
posted on 27 Oct 2009 21:48 by icefortจากการที่ผมติดนิสัยออกไปไหนมาไหนคนเดียวบ่อยๆ
และสืบเนื่องจากการที่เกิดอาการติสต์แตกไปช่วงใหญ่ๆ
ทำให้ได้รู้ว่า การออกไปไหนมาไหนคนเดียวในช่วงที่ติสต์แตก
ทำให้เรามองเห็นอะไรได้อีกเยอะ
นึกไปนึกมา
นึกอยู่ดีๆ
เห็นคนบนรถไฟฟ้า ลุกให้ผู้หญิงนั่ง
(ขณะนั้นผมยืนอยู่นะ เดี๋ยวจะมาแซวว่าทำไมไม่ลุก)
ทำให้ตระหนักได้ถึงบ้างสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า"ความดี"
1. "ความดี" ถูกบัญญัติและตีคุณค่า(โดยการสรรเสริญเยินยอ)+ตีมูลค่า(โดยการตอบแทนความดี เป็นรางวัลที่คิดว่ามีมูลค่าเหมาะสมกับความดีนั้น) โดยมนุษย์กันเอง
2. "ความดี" เป็นคนละเรื่องกับ "คนดี" และเป็นคนละเรื่องกับ "การรับรู้ความดีเลว" และทั้งสามอย่างเป็นคนละเรื่องขาดจากกัน
3. "ความดี" ไม่ได้ถูกสร้างจาก"การทำดี"เสมอไป บางครั้งเจตนาดีก็ถูกแฝงไว้ในการกระทำที่ไม่ดี
4. คนดีจะถูกตระหนักว่าเป็นคนดี ก็ต่อเมื่อสายไปแล้ว
5. และความดีของคนดีจะปรากฏก็ต่อเมื่อสายไปแล้วเช่นกัน
6. ต่อจากนั้น ก็จะมีคนกู่ร้องเสียใจที่ไม่สามารถสรรเสริญหรือมอบรางวัลให้แก่เจ้าของความดีนั้น
7. ยิ่ง"การทำดี"ถูกสรรเสริญเยินยอมากเท่าไหร่ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมขณะนั้นก็เน่าเฟะมากเท่านั้น
8. "ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง" เป็นวลีที่เกร่อมาก และเข้าไม่ถึงใจคน
9. "ความดี" มีทั้งความจริงและการหลอกลวง
แล้ว.......
คำถามสุดท้าย
อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าดี
แล้วสิ่งที่เรียกว่าดีคืออะไร
ผมว่า เมื่อไหร่ที่แต่ละคนในสังคมตอบคำถามนี้ได้
บทบัญญัติมูลค่าและคุณค่าของความดีก็คงไม่มีความหมายอีกต่อไป
เพราะมันจะถึงจุดอิ่มตัว เมื่อสิ่งที่คนเคยเรียกว่า"ความดี" มีอยู่เกลื่อนเมืองไปหมด